
หากพูดถึงโรคมือเท้าปาก หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดีแล้วว่าเป็นโรคที่มักพบในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่ยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ดีเท่าผู้ใหญ่ แต่หลายๆ คนก็อาจจะยังสงสัยว่า ทำไมเด็กๆ ถึงเป็นกลุ่มเสี่ยงของโรคนี้มากกว่าผู้ใหญ่ และเราจะป้องกันโรคนี้ได้อย่างไร?
โรคมือเท้าปากคืออะไร?
โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease หรือ HFMD) เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากไวรัสที่มักจะทำให้เกิดผื่นแดงๆ มีแผลที่ปากและลำคอ รวมถึงเกิดแผลที่มือและเท้า โดยโรคนี้มักพบในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะเด็กที่อายุระหว่าง 1-4 ปี ซึ่งไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคนี้ส่วนใหญ่คือไวรัสคอกซากี (Coxsackievirus) หรือไวรัสเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus)
ทำไมเด็กๆ ถึงเป็นกลุ่มเสี่ยง?
1. ระบบภูมิคุ้มกันที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ เด็กๆ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ยังมีระบบภูมิคุ้มกันที่พัฒนาไม่เต็มที่เหมือนกับผู้ใหญ่ ทำให้ร่างกายของพวกเขาไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีนัก และไวรัสที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปากก็สามารถแพร่กระจายได้ง่ายในเด็ก
2. ความสามารถในการดูแลสุขอนามัยยังไม่ดี เด็กเล็กมักยังไม่สามารถดูแลความสะอาดของตัวเองได้ดีเท่าผู้ใหญ่ เช่น การล้างมือให้สะอาดหลังใช้ห้องน้ำ หรือหลังจากเล่นของเล่นที่อาจจะติดเชื้อไวรัส ซึ่งทำให้พวกเขามีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่
3. การติดต่อในที่แออัด เด็กๆ มักจะไปเรียนในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนที่มีการรวมตัวกันในที่แออัด ซึ่งทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่ายจากการสัมผัสกับสิ่งของร่วมกัน เช่น ของเล่นหรือพื้นที่ต่างๆ ที่เด็กๆ มักใช้ร่วมกัน
4. พฤติกรรมการสัมผัสปากและใบหน้า เด็กมักมีพฤติกรรมที่ชอบเอามือหรือของเล่นเข้าปาก ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อจากการสัมผัสกับเชื้อโรคที่ติดอยู่บนพื้นผิวหรือสิ่งของต่างๆ
อาการของโรคมือเท้าปาก
การติดเชื้อจากโรคมือเท้าปากจะเริ่มแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 3-7 วัน โดยอาการที่พบบ่อยคือ:
● ไข้สูง: เด็กๆ มักจะมีไข้สูงร่วมกับอาการเบื่ออาหาร
● ผื่นและแผลในปาก: อาจมีแผลร้อนในที่ปากและลำคอ เด็กอาจเจ็บปากจนไม่สามารถทานอาหารได้
● ผื่นที่มือและเท้า: แผลหรือผื่นแดงจะปรากฏที่มือ เท้า และบางครั้งที่ก้น
● อาการอื่นๆ: บางครั้งอาจมีอาการเจ็บคอ ไอ หรือการท้องเสีย
วิธีป้องกันโรคมือเท้าปาก
แม้ว่าจะไม่มีวิธีการรักษาที่จำเพาะเจาะจงสำหรับโรคมือเท้าปาก แต่การป้องกันโรคนี้ก็สามารถทำได้ด้วยวิธีการดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปสู่เด็กๆ และลดโอกาสในการติดเชื้อ ดังนี้:
1. ล้างมือบ่อยๆ การล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลในการป้องกันการติดเชื้อ หลังจากไปห้องน้ำ หรือก่อนรับประทานอาหาร ควรสอนให้เด็กๆ ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย หากมีเด็กหรือคนในบ้านที่ป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือให้เด็กๆ ใกล้ชิดกับผู้ป่วย เพราะเชื้อโรคสามารถแพร่กระจายจากการสัมผัสของเล่นหรือสิ่งของที่มีเชื้อ
3. ทำความสะอาดของเล่นและของใช้ส่วนตัว ของเล่น หรือสิ่งของที่เด็กๆ ใช้ร่วมกันควรได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเป็นประจำ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจากการสัมผัส
4. สอนเด็กเกี่ยวกับการป้องกันโรค เด็กเล็กบางคนอาจยังไม่เข้าใจเรื่องการล้างมือหรือการป้องกันการติดเชื้อ แต่การสอนและแนะนำให้เด็กๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า หรือล้างมือหลังทำกิจกรรมต่างๆ สามารถช่วยลดโอกาสในการติดโรคได้
5. ควรพาเด็กไปพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติ หากเด็กเริ่มแสดงอาการของโรคมือเท้าปาก เช่น มีไข้สูง ผื่น หรือแผลในปาก ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาและคำแนะนำในการดูแลที่เหมาะสม
สรุป
โรคมือเท้าปากเป็นโรคที่เกิดจากไวรัสที่สามารถแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีระบบภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง และการดูแลรักษาความสะอาดไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ แต่โชคดีที่โรคนี้สามารถป้องกันได้ง่ายๆ ด้วยการรักษาสุขอนามัยที่ดี การล้างมือบ่อยๆ และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย หากปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ ก็จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อและทำให้เด็กๆ เติบโตอย่างแข็งแรงและปลอดภัยจากโรคมือเท้าปากได้
